คุณยังไม่ได้ทำการ Login
            ยินดีต้อนรับสมาชิกทุกๆท่าน   ขณะนี้โชว์รูมได้เปิดให้ชมอย่างเป็นทางการแล้วขอเชิญทุกๆ ท่านเข้ามาเยี่ยมชมและสัมผัสบรรยากาศได้แล้วครับ                                                                                                                                                                                                          Welcome             Now Open New showroom. Welcome see layout of bachmann complete   100%......              
Nov 23, 2014   Online 32 คน

    รถจักรไอน้ำ 2-8-2 ให้สังเกตตัวเลข
    2 คือ ล้อนำมีไว้ทรงตัวขณะเข้าโค้ง รักษาระยะต่างๆ แต่ไม่ใช้ล้อกำลัง
    8 คือ ล้อที่มีข้อชักรับกำลังจากลูกสูบ เป็นล้อขับซ้าย-ขวาข้างละ 4 ล้อ
    2 ต่อหลัง เป็นล้อตามไม่มีชุดขับเอาไว้รับน้ำหนักและทรงตัวในทางโค้ง ข้างละ 1 ล้อ            
    2-8-2 มีชื่อเรียกว่า มิกาโด (Mikado) ต้นแบบเป็นญี่ปุ่นนิยมลากรถสินค้า

รถจักรไอน้ำ 4-6-2 Pacific ใช้ลากรถโดยสาร
4 เป็นล้อนำข้างละ 2 ล้อ ,
6
มาจากข้างละ 3 ล้อ ที่มีตัวขับรับกำลัง,
2 มาจากล้อตาม ข้างละ 1 ล้อ

 


               รถจักรไอน้ำเป็นสิ่งประดิษฐ์ทางวิศวกรรมที่เปลี่ยนแปลงการขนส่งของโลกเลยก็ว่าได้ จากรถม้ามาเป็นรถไฟ เดินทางได้ไกลขึ้นเร็วมากขึ้น และเที่ยงตรงขึ้น ใช้กำลังของไอน้ำที่เกิดจากน้ำเดือดมาเปลี่ยนเป็นพลังงานกล ใช้กลไกขับเคลื่อนล้อรถจักร จนกระทั่งทำงานได้

               รถจักรไอน้ำเริ่มมีบทบาทลดลง โดยมีรถจักรดีเซลเริ่มมาแทนที่ เนื่องจากสะดวก ไม่ต้องมีระบบเติมน้ำ ถ่านหิน การทำงานง่ายขึ้น การบำรุงรักษาต่ำกว่ามาก ยกตัวอย่าง เช่น รถจักรดีเซลแค่ติดเครื่องยนต์ รอลมในระบบเต็มก็ใช้ได้แล้ว ในขณะที่รถไอน้ำต้องเติมถ่านหิน น้ำมันเตา ฟืน เติมน้ำ ต้มน้ำ หล่อลื่นข้อชัก ซึ่งยุ่งยากมากวิ่งไปเติมน้ำ เติมถ่านหินไป เช่น ระยะทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ต้องใช้เวลาเกือบ 30 ช.ม. แต่ถ้าเป็นรถดีเซลจะใช้เวลาวิ่งประมาณ 12 ช.ม.

               รถจักรไอน้ำมีหลักการทำงานเหมือนกันหมด คือ ใช้เชื้อเพลิงต้มน้ำให้เดือดกลายเป็นไอ แล้วไปดันลูกสูบขับล้ออีกที แต่รถจักรแต่ละรุ่นจะแตกต่างกันที่กำลัง ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของบอยเลอร์ พื้นที่รับความร้อน ปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช้ ลักษณะเด่นที่แตกต่างกันของรถจักรไอน้ำ คือ รถแต่ละรุ่นล้อจะไม่เหมือนกัน ทางผู้ผลิตจะกำหนดแบบล้อ (Wheel Arrangement) ว่าเป็นแบบไหน ซึ่งจะใช้งานต่างกัน เช่น รถโดยสาร รถสินค้าขนาดหนัก รถสายสั้นทั่วไป และทางยุโรปกับอเมริกา ก็จะใช้ความนิยมแตกต่างกัน ด้วยภูมิประเทศ น้ำหนักลากจูง ระยะทางที่รถต้องวิ่ง ตอนนี้จะบอกถึงรายละเอียดของการออกแบบรถจักรไอน้ำที่มีใช้งานอยู่ เช่น Cab Forward, BigBoy, Mallet

               เรามาทำความรู้จักกับแบบล้อกันก่อนนะครับ เช่น

                    

                             รถจักรไอน้ำ 2-8-2


                    
                             รถจักรไอน้ำ 4-6-2
               
                พวก 0-4-0 เป็นรถไอน้ำขนาดเล็กใช้สับเปลี่ยนที่ย่านสถานี คล่องตัว คันเล็ก ไม่มีล้อนำมีแต่ล้อกำลัง บางครั้งจะเป็นแบบ Tank Engine (ไม่มี Tender) ส่วนมากจะเป็นของยุโรป โดยเฉพาะเยอรมัน (DB)

               รถจักรไอน้ำอีกประเภทหนึ่งที่ออกแบบเฉพาะกิจ สำหรับเส้นทาง เช่น Cab Forword จะย้ายห้องขับ มาไว้ด้านหน้า แต่ Tender น้ำมันเตาจะอยู่หลังตามเดิม เหตุผล คือ ทางตะวันตกของอเมริกา บริษัท Southern Pacific มีเส้นทางข้ามภูเขา Sierra Nevada ซึ่งสูงชัน มีถ้ำอุโมงค์ยาวมากและติดๆ กัน รถจักรไอน้ำยุคนั้น เวลาวิ่งต้องใช้กำลังมาก และช้าพราะทางชันมาก 1-3 % ทำให้ควันจากปล่องเข้ามาใน Cab ห้องขับ ทำให้ไม่มีอากาศหายใจยิ่งถ้าพ่วงกัน 2-3 หัว จะเกิดปัญหามาก จึงต้องแก้ไขปัญหาด้วยการย้าย Cab มาไว้หน้าเหมือนรถดีเซล เพื่อป้องกันเรื่องควันเข้ารบกวนห้องขับ และถูกใช้งานมานานพอสมควร และประสบความสำเร็จเป็นแบบที่แปลก น่าสนใจ พวกโมเดลที่ทำก็มี Rivarossi แล้วก็ Brass หลายยี่ห้อ มีทั้ง 2-8-8-2, 2-6-6-2 ให้เลือกขนาดใหญ่พอสมควรให้เหมาะกับ Layout ยุโรป เพราะล้อเยอะ ต้องใช้โค้งกว้างพอสมควร ราคาค่อนข้างสูงรายละเอียดเยอะ สวยเป็นรถจักรไอน้ำในฝันของหลายๆ คนเลยละครับ

  
Cab Forward (4-8-8-2)                           BigBoy (4-8-8-4)                            Mallet (2-8-8-2)



  
(2-8-8-2)                                              (2-8-8-2)                                           (2-8-8-2+2-8-4)


               อีกรุ่นหนึ่งที่เป็นยอดนิยมของอเมริกา คือ BigBoy เป็นของบริษัท Alco ซึ่งสร้างโดย Union Pacific เป็นรถจักรไอน้ำขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยสร้างกันมา หม้อน้ำขนาดใหญ่ ลูกสูบ 2 ชุด แบบล้อ 2-8-8-2 ส่วนใหญ่จะใช้ลากรถสินค้าข้ามทวีป และทะเลทรายของอเมริกาแถบ California Nevada, Utah จนถึง Colorado ก็ประมาณครึ่งอเมริกาเลยละครับ มียี่ห้อที่ทำก็ Marklin ทั้ง AC, DC Rivarossi แล้วก็ Bowser, Roundhouse และพวก Brass ก็มีทำเป็นรถไฟในฝันอีกรุ่นหนึ่งของหลายๆ คนนะครับ ราคาก็ว่าไปตามยี่ห้อสนใจก็ลองหาดู มือสองยังพอหาได้ในบ้านเรา ไม่เหมาะกับ Layout คดเคี้ยวแบบยุโรป เพราะคันใหญ่ยาวมาก
และยังมีอีกหลายๆ แบบที่ผลิตมาใช้งานตามแต่ละบริษัทต้องการ เช่น Mallet, Niagara

               อีกแบบหนึ่งที่แปลกและน่าสนใจมากคือ Shay เป็นรถไอน้ำขนาดเล็ก ใช้งานลากซุงออกจากป่ามายังโรงเลื่อย ชุดขับล้อจะเป็นแบบลูกสูบด้านข้าง ผสมเพลาขับ จะมีแบบ Shay กับ Heistler คล้ายๆ กัน คันเล็ก น้ำหนักเบา มักจะไม่ใช้งานในทางหลักจะเป็นงานอุตสาหกรรมป่าไม้เกือบทั้งหมด ขนาดเล็กกว่า BigBoy ประมาณ 5 เท่านะครับ สำหรับคนที่ชอบตัวนี้เพราะชุดขับจะสวยมาก แปลกดี Model ที่ทำก็มี Spectrum, Rivarossi, Bowser ทุกตัวรายละเอียดพอใช้ได้ ต้องลากกับรถซุง ชุดของ Shay โดยเฉพาะนะครับ

               เพื่อให้เข้าใจดียิ่งขึ้น ดูรูปแบบล้อและชื่อที่เรียกนะครับ จะได้เข้าใจดียิ่งขึ้น

   
                               4-6-4                                                                4-8-0                                    4-8-2

   
4-8-4

   
2-10-2                        2-8-8-0                                4-4-4-4                                 4-6-6-4


จากหนังสือ HO Primer ของ Linn Westscott

บทความตอนที่ [ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ] 

บทความ/เรียบเรียง
โดยสมาชิกหมายเลข (056)
รูปภาพประกอบ
โดยทีมงาน Trainsforthais

26 กันยายน 2547

จำนวนผู้ชม 2 คน 
      
เราบริหารด้วยหัวใจ
เราบริการด้วยความชำนาญมากกว่า 20 ปี

สินค้าทุกชิ้นจาก TFT รับประกันการบริการ และดูแล ทำความสะอาด หล่อลื่นฟรี
ตลอดอายุการใช้งาน ติดต่อนัดหมายได้ที่ 081-9345365


หากคุณมีปัญหาหรือมีข้อสงสัยประการใดๆ
ติดต่อทีมงานที่ E-mail address:
kitiyut@yahoo.com