|
||||||||||||||||||||||
รถจักรไอน้ำ
ของ สหรัฐอเมริกา ม้าเหล็กสร้างชาติ |
|||
|
สวัสดีครับ ท่าน เว็ปมาสเตอร์ พี่ๆ ทุกท่าน และเพื่อนสมาชิก นึกอยู่นานมากๆ
ว่าจะเล่าอะไรให้น่าอ่านน่าติดตาม ถ้าไม่นับเรื่อง Layout ใหญ่ ประวัติคนสำคัญในวงการแล้ว
น่าจะเล่าอะไรดี ในที่สุด ก็คิดออก เพราะเราก็กำลังหาข้อมูลเรื่อง เส้นทางเดินรถไฟสายต่างๆ
อยู่ อืม ทำไมไม่เอามาเล่าล่ะ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับท่านที่ เป็นเจ้าของรถไฟเล็ก
จะได้รู้ว่ารถที่มีนั้น มีความเป็นมาอย่างไร อืม แล้วจะเริ่มอย่างไร ผมคิด
เริ่มจาก ราก จาก แรกเริ่มเลยสิว่าประวัติรถไฟ ของประเทศที่มีนักรถไฟเล็กมากที่สุดในโลกน่ะ
เขามีความเป็นมาอย่างไร ข้อเท็จจริงจึงได้พาผมไปยังการเริ่มสร้าง ทางรถไฟใน
สหรัฐอเมริกา ตั้งแต่ สมัย รถจักรไอน้ำ ขอรับ ม้าเหล็ก สร้างชาติ คือ ชื่อของตอนนี้
เครื่องจักรที่ขับเคลื่อนด้วยพลังไอน้ำ ที่เรียกกันว่า ม้าเหล็ก เป็นชื่อเรียกเล่นๆ ของรถจักรไอน้ำ ในสมัยที่ อเมริกากำลัง สร้างชาติ หลายคนยังไม่รู้ว่า บริษัทแรก ที่ สร้างเส้นทางรถไฟในอเมริกา สำหรับ การโดยสาร คือ Baltimore and Ohio Railroad ผมก็เพิ่งรู้นี่ล่ะครับ ใครมีขบวนนี้บ้างครับ ได้มีการวางหินก้อนแรก ในการสร้างรางรถไฟ ในวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2371 ครับ เป็นการใช้หิน ที่เรียกกันว่า Cement stone ในการทำหมอนรองรางแทนการไม้ครับ และ เปิดใช้งาน ในอีก 2 ปีต่อมาคือ วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2373 จากเมือง Baltimore ไปยัง Ellicott Mill ในรัฐ แมรี่แลนด์ในปัจจุบัน มีรถจักรที่มีชื่อว่า Tom Thump steam engine ซึ่งทำหน้าที่นำขบวน รถไฟโดยสารสายนี้ จากการเริ่มต้นเล็กๆ ตรงนี้ ต่อมา กิจการรถไฟได้ทำให้เกิดการขยายตัวของอุตสาหกรรมอย่างมหาศาลและเกิดการจ้างงาน แรงงานชายหญิงขึ้นมากมายทั่ง อเมริกา ร่วม ศตวรรษครับ
จากนั้น ตั้งแต่
ปี พ.ศ.2372 ไปจนถึง พ.ศ.2492 ได้มีการสร้าง รถจักรไอน้ำ มากกว่า 40,000
คัน และ รถจักรไอน้ำคันสุดท้าย ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้งานด้านการค้า ได้ถูกสร้างขึ้นโดย
โรงงาน Baldwin เมือง Lima รัฐ โอไฮโอ จากนั้นเนื่องจากการกำเนิดของรถจักร
ดีเซล บริษัทส่วนใหญ่ได้ปลดระวาง รถจักรไอน้ำ ที่ใช้ในธุรกิจจนหมด ในกลางปี
ทศวรรษ ที่ 60 (1960-1970) จากการเริ่มต้นที่เป็นเพียงรถไฟโดยสาร
ที่มีหัวรถจักร คือ Tom Thumb steam engine ซึ่งมีน้ำหนัก น้อยกว่า 1 ตัน
ได้มีการพัฒนาขนาดและแรงในการลากจูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุด กลายมาเป็น
รถจักรไอน้ำ Big Boys 4-8-8-4 ที่คนเล่นรถไฟเล็กต้องรู้จัก หรือผ่านตามาแล้ว
ที่มีน้ำหนักมากกว่า 600 ตัน คนในยุคเก่า
อายุน่าจะมากกว่า 40-45 ในบ้านเราน่าจะมีโอกาศได้เห็นรถจักรไอน้ำ ผมล่ะอิจฉาเสียจริงๆ
แต่ในอเมริกา ตอนนี้ รถจักรพวกนี้ยังมีอยู่ในพิพิธภัณฑ์ หรือตามเส้นทางทัวร์รถไฟ
กระจายอยู่ทั่วประเทศ แสดงภาพ หินก่อนแรก อันเป็นที่มาของการสร้างชาติ ของ อเมริกา
![]()
แต่อย่างไรก็ตาม เสน่ห์ของรถจักรไอน้ำ มัน ล้ำลึกครับ ทั้งรูปทรง และการเคลื่อนตัว
ระบบ คันชัก วาล์ว เสียง โอย ต้องลองเล่นครับจึงจะทราบดีว่ามัน ลุ่มลึก คลาสสิค
ขนาดไหน พี่ๆ ที่มี รถจักรไอน้ำ จะทราบดี หากมีเสียงด้วยนะครับ ยิ่ง เกินร้อย
ผมเคยพูดถึงเรื่อง Narrow Guage ไปบ้างในกระทู้อื่นๆ ที่ว่า ขนาด On30 กำลังเป็นที่นิยม และคนเล่นกันมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญ เล่นบนราง HO ได้เลย ผมไปอ่านเจอมาครับ เอาว่ามันให้น้ำให้เนื้อและสมจริงครับ ตอนนี้ ในวงการ รถจักรไอน้ำ หรือ ที่เรียกกันเป้นที่เข้าใจว่า Narrow Guage นั้น On30 หรือ On (2 1/2) ที่ทางยุโรปเรียกกัน มีเนื้อหา ข้อมูลมากพอที่จะตามศึกษาได้ ลองดูกันนะครับ ถ้ามีเวลา อืม แล้วที่มันมีสเกล ซ้อนๆ มา แบบ On30, HOn3, On2, หรืออื่นๆ มันมีที่มาที่ไป ความหมายอย่างไร ขออธิบาย แบบงูๆ ปลาๆ ดังนี้ครับ n คือ Narrow Guage ครับ คือ ความกว้างระหว่างรางชั้นใน ที่ วัดจากขอบด้านในของรางทั้งสอง ว่ามีความห่างเท่าใด เรียกแบบไทยๆ ว่า รางรถไฟแบบ รางเล็ก รางแคบ นิยมใช้กัน ในเส้นทางรถจักรไอน้ำ และ เส้นทางรถไฟ ตามเมือง ท้องถิ่น ซึ่งในเมืองใหญ่ หรือ รถจักรดีเซล จะมีการใช้รางมาตรฐาน ที่เรียกกันว่า Standard Guage จะมีขนาด 4' 8" 1/2 หรือ 4 ฟุต 8 นิ้ว ครึ่ง ครับ เขาให้จำง่ายๆ ว่า อะไรที่ สั้นกว่า 4' 8" 1/2 เป็น Narrow guage ทั้งหมดครับ
ต่อมา เลย หลัง n ยกเอา On30 มานะครับ หมายถึงอะไร n คืออะไรบอกไปแล้ว 30
ที่ว่า คือค่าความกว้างของราง ครับ คือ 30 นิ้ว นั่นเอง ส่วนที่ ลงเป็น n2, n3 อะไรพวกนี้ ก็จะหมายความว่า รางกว้าง 2 ฟุต 3 ฟุต ตามลำดับ ครับ หากเลขมากจนเป็นไปไม่ได้ เช่น n30 ให้เข้าใจไว้ว่ามันคือ หน่วยเป็น นิ้วครับ 30 นิ้วนั่นเอง เอ ว่าจะเล่าเรื่อง รถจักรไอน้ำ พาท่านสมาชิกมาออกมาตรฐาน เกจเสียแล้ว กลับมาว่ากันต่อเรื่องรถไฟครับ ............. Denver & Rio Grand G class, T-12 ten-wheeler, number 168, narrow gauge is on display in Antlers Park in Colorado Springs. เอารถจักรไอน้ำ ของเส้นทาง Denver & Rio Grand G class T-12 Ten-wheeler หมายเลข 168 มาให้ชมกัน คันนี้ ตั้งแสดงอย่างเดียวครับ
DRG เป็นเส้นทางสายตะวันตกครับ นิยม ใช้ความกว้างราง 36 นิ้ว เป็น Narrow
guage ต่อมามีการใช้ Standard guage อย่างกว้างขวาง ในต้น ศตวรรษที่ 20 คือ
ปี พ.ศ.2443 จากการที่มีความกว้างของรางไม่เท่ากัน ทำให้เกิดการแข็งขันแย่งชิงลูกค้า
อันนำมาซึ่งการล้มละลาย ของบริษัทที่ใช้ Narrow guage แต่ ยังมีหลายแห่งที่ได้สร้าง
รางที่ 3 สอดเข้าไปในรางของ Standard Guage ให้มีความห่างจากรางด้านหนึ่งเท่าน
Narrow g ทำให้วิ่งกันได้ทั้งสองแบบ ครับ เรียกว่า พึ่งพากันไป ![]() แล้ว Standard Guage เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ผมมีข้อมูล ดังนี้ครับ --------------------------------------------------------------------------------
Standard Guage เกิดมาจาก ความกว้างของ ก้นม้า 2 ตัว ของอาณาจักรโรมันโบราณ
ละครับ ได้อย่างไร มาดูกัน
เริ่มจากที่ อเมริกาได้ซื้อรถไฟคันแรกจาก อังกฤษ ซึ่งที่มามาจากระบบรถรางที่ใช้กันในเหมือง
ซึ่งนำได้นำความกว้างของล้อและรางมาสร้างรถไฟด้วยเช่นกัน
และได้มีการใช้ขนาดความกว้างราง ที่เรียกกันว่า Standard Guage กันอย่างกว้างขวางทั้งในยุโรปและอังกฤษ
และความกว้างของรางแบบนี้ มีที่มามาตั้งแต่สมัยโรมัน ทำไมเป็นเช่นนั้น ความกว้างของราง
มาจาก รถม้า ของอาณาจักรโรมันโบราณ ซึ่งจะใช้มา 2 ตัว ลากรถ เมื่อมีม้าวิ่งนำด้านหน้า
แน่ละมันต้องทิ้ง รอยกีบ เอาไว้เบื่องหลัง หากเป็นดินที่อ่อนตัว เมือล้อของรถม้า
วิ่งทับก็อาจจะพลิกคว่ำได้ จึงต้องขยายระยะล้อของรถม้า ออกไปให้พ้นจากรอยกีบม้า
นี่หนึ่งข้อ
|
|||
| บทความตอนที่ [ 1 2 3 4 ] | |||
ข้อมูลจากสมาชิกคุณ
HO |
|||
| จำนวนผู้ชม 24 คน | |||
เราบริหารด้วยหัวใจ
เราบริการด้วยความชำนาญมากกว่า 20 ปี |
สินค้าทุกชิ้นจาก TFT รับประกันการบริการ และดูแล ทำความสะอาด หล่อลื่นฟรี ตลอดอายุการใช้งาน ติดต่อนัดหมายได้ที่ 081-9345365 หากคุณมีปัญหาหรือมีข้อสงสัยประการใดๆ ติดต่อทีมงานที่ E-mail address: webmaster@trainsforthais.com |