คุณยังไม่ได้ทำการ Login
            ยินดีต้อนรับสมาชิกทุกๆท่าน   ขณะนี้โชว์รูมได้เปิดให้ชมอย่างเป็นทางการแล้วขอเชิญทุกๆ ท่านเข้ามาเยี่ยมชมและสัมผัสบรรยากาศได้แล้วครับ                                                                                                                                                                                                          Welcome             Now Open New showroom. Welcome see layout of bachmann complete   100%......              
July 20, 2008   Online 45 คน

เล่าสู่กันฟังเรื่องรถไฟจำลองในบ้านเรา


โดยสมาชิกกิตติมศักดิ์


                 โดยธรรมชาติของมนุษย์ย่อมต้องการปัจจัย 4 ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค แต่ ขณะเดียวกันก็ปรารถนาสิ่งประกอบอื่น เช่น ความบันเทิง, การพักผ่อน, และการแสวงหาความรู้อื่นๆ เพื่อสนับสนุนปัจจัย 4 ดังกล่าวด้วย กรุงเทพมหานครเมื่อสมัยต้นๆ คือประมาณ 80 ปีที่แล้วมา ชาวต่าง ประเทศ เข้ามาค้าขายกันมากขึ้นต่างก็นำสินค้ามาเสนอ โดยเฉพาะประเภทเครื่องเล่นทั้งของเด็กและ ผู้ใหญ่ ส่วนราคาก็แตกต่างกันขึ้นอยู่กับคุณภาพ ถ้าเป็นของยุโรปมักจะเป็นของอังกฤษ, เยอรมัน ก็จะแพงแต่จะมีความแข็งแรง, ใช้ทน ถ้าเป็นของทางญี่ปุ่นราคาก็จะถูกกว่า และจะครองตลาดได้มากกว่า แล้วแต่วัตถุประสงค์ของผู้ซื้อ ของเล่นส่วนใหญ่ที่เหมาะและถูกใจเยาวชนมากก็จะเป็นวัตถุที่เคลื่อนที่ ได้ เช่น รูปสัตว์, รถยนต์, เรือ, เครื่องบิน ฯลฯ โดยใช้พลังงานจากลาน คือไขลาน เมื่อลานหมดก็หยุด ผู้เล่นมักจะ เบื่อเร็วเพราะต้องคอยไขลานบ่อยๆ ซึ่งคำว่าไขลานนี้เป็นที่มาของความหมายว่า "การเร่งรัดบุคคลให้ กระทำการงานอย่างมีประสิทธิภาพ และต่อเนื่องนั่นเอง "
                   บรรดาห้างร้านผู้นำเข้ามาจำหน่ายยังมีน้อยแห่ง ที่ใหญ่ๆ ก็บริเวณถนนเยาวราชตัดกับถนนราชวงศ์ที่เรียกว่า "ห้างใต้ฟ้า" ปัจจุบันกลายเป็นโรงแรม แกรนด์ไชน่า และที่สี่แยกเสาชิงช้าคือถนนบำรุงเมืองตัดกับถนนเฟื่องนคร ได้แก่ "ห้างกว้างลุ่ง" ปัจจุบัน เป็นธนาคารกสิกรไทย ห่างจากสี่แยกไปตามถนนบำรุงเมืองเพียง 20 เมตร ผู้เขียนได้แรงบันดาลใจจาก สินค้าของห้างนี้มาก คือ ทั้งรถยนต์ และรถไฟ เพราะรถยนต์สามารถเลี้ยวขาว เลี้ยวซ้ายได้ (ส่วนราคาถูกจะวิ่งได้เฉพาะทางตรงเท่านั้น) แต่รถไฟจะวิ่งบนรางและไม่ต้องบังคับ สามารถเลี้ยวได้เอง รางก็เล็กนิดเดียว ไม่ตกราง พอโตขึ้นมาอีกหน่อยก็มีโอกาสได้สังเกตรถรางและรถไฟจริงๆ จึงรู้สาเหตุ ที่ไม่ตกรางและแยกเข้ารางหลีกต่างๆ ได้ และเริ่มจะเกิดความสนุกและมีจินตนาการกว้างไกลไปมาก แต่ยังถูกจำกัดด้วยเทคโนโลยี จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง สินค้าจากต่างประเทศก็เริ่มทะยอยกันเข้ามาพร้อมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ คือ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนวัตถุแทนการไขลาน ท่านผู้อ่านโปรดทราบระยะสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น ประเทศไทยขาดแคลนสินค้าที่ต้องนำเข้าแทบทุก ประเภท มิหนำซ้ำโรงไฟฟ้าก็ถูกระเบิดเสียหาย ประชาชนต้องอยู่โดยอาศัยแสงตะเกียง รถรางซึ่งเป็นพาหนะขนส่งมวลชนซึ่งอาศัยไฟฟ้าเป็นแรงขับเคลื่อนก็ขัดข้อง รถยนต์ขนส่งซึ่งต้องใช้น้ำมันแก๊สโซ ลีนต้องหันมาใช้พลังแก๊สแทนทำให้หัวเทียนบอดบ่อย ฉะนั้นของเล่นทางเลือกใหม่ของผู้เจริญวัย หลังสงครามโลก คือ รถยนต์ใช้มอเตอร์ เรือใช้มอเตอร์ หรือเครื่องยนต์ขนาดเล็ก ส่วนเครื่องบินมีทั้ง แบบบินอิสระ และแบบใช้สายบังคับ โดยใช้เครื่องยนต์ รถไฟใช้มอเตอร์ทั้งระบบ AC และ DC ขนาดของรางและตัวรถค่อนข้างใหญ่ ขนาด O Scale นอกจากนี้มีเครื่องยนต์ต้นพลังอื่น ได้แก่ ไอน้ำ ก็เริ่ม เข้ามาวางจำหน่าย เอาละซิ มีสิ่งยั่วกิเลส มาล่อตาล่อใจแล้ว แต่ต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณ แรกๆ ก็ซื้อรถ ยนต์ใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กก่อน แต่ก็เบื่อเพราะวิ่งเป็นวงกลมเท่านั้น (ไม่มี RemoteControl เหมือนปัจจุบัน) ต่อมาก็เล่นเครื่องบิน กว่าจะเก็บเงินซื้อได้ก็ต้องอดหลายอย่างไปนาน ครั้นพอเล่นจริงอาจจะเป็นเพราะนักบินมืออ่อน หรืออุบัติเหตุลมกระโชก จึงตกลงมาปักดิน เครื่องไปทางตัวไปทาง จึงเลิก เล่นแบบสายบังคับ ไปเล่นแบบบินอิสระใหม่กว่า คราวนี้ไปแล้วไปลับไม่ยอมกลับมาหาเจ้าของ เพราะสัปดนเพิ่มถังน้ำมันเชื้อเพลิงให้บรรจุได้มากขึ้น คราวนี้เลยเข็ดเลิกบิน พอดีห้างอมร, ห้างรังนกใต้, ห้างชิลเครนโฮม, และห้างเซ็นทรัล ต่างสั่งรถไฟเข้าหลายยี่ห้อ ดูแล้วก็สวยๆ ทั้งนั้น แต่ราคาก็ไม่ใช่เบา เมื่อเทียบค่าของเงินกับรายได้ประชาชนในสมัยนั้น (คือทองคำแท่งบาทละไม่ถึง 200 บาท ข้าราชการ ชั้นตรี เงินเดือนราว 450 บาท) เท่าที่พอจำได้ห้างที่กล่าวมานำเข้ารถไฟจากยุโรป อเมริกา เป็นส่วนมาก ได้แก่ ยี่ห้อ Mantua, Tyco, Atlas, Lima, Hornby, Fleischmann, Marklin เป็นต้น ตอนหลังๆ มีการสั่งเข้า มาอีกหลายยี่ห้อเช่น Piko, Athern, Bachmann, Roco, Trix ส่วนใหญ่จะมีขนาดเล็กลงและยังคงความละเอียดลึกชัดของผลิตภัณฑ์ใกล้เคียงของจริง (True to Prototype) มากที่สุด เรียกว่าขนาด HO (1:87), N (1:160) Scale ซึ่งเป็นขนาดยอดนิยมสามารถเล่นได้ในสถานที่เล็ก หรือแคบกว่าขนาด O Scale ส่วน ระบบไฟฟ้าซึ่งใช้ไฟบ้าน มีให้เลือกซื้อได้ทั้ง AC, DC ที่เล่าไปแล้วนี้คือในบ้านเรา ผู้นำเข้ามักจะนิยม 3 ขนาด คือ O, HO, N แต่ความจริงยังมีอีกหลายขนาดทั้งใหญ่ขึ้นสำหรับเล่นนอกบ้าน และเล็กลง สำหรับใส่กระเป๋าเอกสารนำติดตัวไปเล่นต่างสถานที่ แม้ราคาจะค่อนข้างสูงต่อหน่วยสำหรับผู้เริ่มเล่น แต่ก็นับว่ายุติธรรมเมื่อเทียบกับของเล่นชนิดอื่นๆ เพราะรถยนต์ เรือ ซื้อมาเพียงตัวเดียวก็เล่นได้ แต่ รถไฟต้องซื้อเป็นชุด ตั้งแต่หัวรถจักร, รถพ่วง, ราง, รางต่อเพื่อเพิ่มขยายทางวิ่ง, หม้อไฟ (Power Pack) และอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อให้สมจริง ราคาจึงต้องสูง แต่ผู้ผลิตก็พยายามเอาใจลูกค้าในทุกระดับ จึงมี จำหน่ายตั้งแต่ราคาย่อมเยาว์ ใช้วัสดุธรรมดาจนถึงราคาสูงโดยใช้วัสดุและวิธีการผลิตพิเศษทำให้คงทน, สวยงาม, มีประสิทธิภาพสูง เล่นแล้วไม่เบื่อง่าย เสริมสร้างทักษะความรู้ให้กว้างไกล เป็นประโยชน์ต่อ ตนเองและส่วนรวม แต่หากเมื่อใดที่ประเทศไทยผลิตเองใช้เองได้ ก็คงจะทำให้ราคาถูกลงมาก ผู้เขียน เชื่อว่าไม่มีปัญหาในการผลิต คงมีปัญหาในเรื่องการตลาด การแข่งขัน ซึ่งปัจจุบันทราบว่ามีการผลิต อุปกรณ์บางอย่างออกจำหน่ายในตลาดบ้างแล้ว นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี และโอกาสดีของผู้รักรถไฟ
จำลอง

ประวัติ (ภูมิหลัง)

ผู้เขียนเริ่มเล่นรถไฟตั้งแต่อายุ 4 ขวบ ใช้ลานวิ่งเป็นวงกลม ตัวรถทำด้วยสังกะสี(Tin Plate)
สงคราม โลกครั้งที่ 2 ยุติ พ.ศ. 2489 ใช้ไฟฟ้าขนาด O Scale ของญี่ปุ่น
                       พ.ศ. 2497 ใช้ไฟฟ้าขนาด O Scale ยี่ห้อ Lionel ของอเมริกา
                       พ.ศ. 2517 ใช้ไฟฟ้าขนาด HO Scale ยี่ห้อ Fleischmann เป็นครั้งแรก และสะสมเรื่อยมาหลายยี่ห้อเพื่อศึกษาเทคโนโลยี่ของแต่ละยี่ห้อ และเปรียบเทียบประสิทธิภาพ (ขนาด O Scale ใช้ ไฟฟ้า AC 20-24 Volt ส่วน HO Scale ใช้ไฟฟ้า 12-14 Volt มีทั้ง AC และ DC


บทความตอนที่ ( 1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12 )
ข้อมูล/เรียบเรียง
โดยสมาชิกกิตติมศักดิ์
24 ตุลาคม 2547
จำนวนผู้ชม 21 คน
เราบริหารด้วยหัวใจ
เราบริการด้วยความชำนาญมากกว่า 20 ปี

สินค้าทุกชิ้นจาก TFT รับประกันการบริการ และดูแล ทำความสะอาด หล่อลื่นฟรี
ตลอดอายุการใช้งาน ติดต่อนัดหมายได้ที่ 081-9345365


หากคุณมีปัญหาหรือมีข้อสงสัยประการใดๆ
ติดต่อทีมงานที่ E-mail address:
webmaster@trainsforthais.com