คุณยังไม่ได้ทำการ Login
            ยินดีต้อนรับสมาชิกทุกๆท่าน   ขณะนี้โชว์รูมได้เปิดให้ชมอย่างเป็นทางการแล้วขอเชิญทุกๆ ท่านเข้ามาเยี่ยมชมและสัมผัสบรรยากาศได้แล้วครับ                                                                                                                                                                                                          Welcome             Now Open New showroom. Welcome see layout of bachmann complete   100%......              
July 20, 2008   Online 21 คน

ตารางความรู้ รุ่นต่างๆ โดยรวบรวมการจัดระเบียบของรูปแบบล้อกำลัง

No

Wheel Arrangement

French Notation

German Notation

US and UK Notation

US nicknames,

1.

Oo

11

A1

0-2-2

 

2.

oO

110

1A

2-2-0

*

3.

oOo

111

1A1

2-2-2

*

4.

ooO

210

2A

4-2-0

* Jervis

5.

ooOo

211

2A1

4-2-2

*

6.

OO

20

B

0-4-0

*

7.

OOo

21

B1

0-4-2

*

8.

oOO

120

1B

2-4-0

*

9.

oOOo

121

1B1

2-4-2

* Colombia

10.

ooOO

220

2B

4-4-0

* American

11.

ooOOo

221

2B1

4-4-2

* Atlantic

12.

ooOOoo

222

2B2

4-4-4

* Reading

13.

OOO

30

C

0-6-0

*

14.

oOOO

130

1C

2-6-0

* Mogul

15.

oOOOo

131

1C1

2-6-2

* Prairie

16.

oOOOoo

132

1C2

2-6-4

* Adriatic

17.

ooOOO

230

2C

4-6-0

* Ten-wheeler

18.

ooOOOo

231

2C1

4-6-2

* Pacific

19.

ooOOOoo

232

2C2

4-6-4

* Baltic or Hudson

20.

OOOO

40

D

0-8-0

Switcher

21.

oOOOO

140

1D

2-8-0

* Consolidation

22.

oOOOOo

141

1D1

2-8-2

* Mikado

23.

oOOOOoo

142

142

2-8-4

* Berkshire

24.

ooOOOO

240

2D

4-8-0

* Mastodon or Twelve-wheeler

25.

ooOOOOo

241

2D1

4-8-2

* Mountain

26.

ooOOOOoo

242

2D2

4-8-4

* Niagara or Northern

27.

OOOOO

50

E

0-10-0

 

28.

OOOOOo

51

E1

0-10-2

Union

29.

oOOOOO

150

1E

2-10-0

* Decapod

30.

oOOOOOo

151

1 E1

2-10-2

* Santa Fe

31.

oOOOOOoo

152

1 E2

2-10-4

* Texas

32.

ooOOOOO

250

2E

4-10-0

* Gobernador

33.

ooOOOOOo

251

2 E1

4-10-2

* Overland

34.

OOOOOO

60

F

0-12-0

 

35.

oOOOOOO

160

1F

2-12-0

*Centipede

36.

ooOOOOOOo

261

2F1

4-12-0

* Union Pacific

37.

OOO+OOO

030+030

CC

0-6-6-0

Erie

38.

oOOO+OOOooo

130+033

1CC3

2-6-6-6

Allegheny

39.

ooOOO+OOOo

230+031

2CC1

4-6-6-2

Cab Forward

40.

ooOOO+OOOoo

230+032

2CC2

4-6-6-4

Challenger

41.

oOOOO+OOOOo

140+041

1DD1

2-8-8-2

Mallet

42.

oOOOO+OOOOoo

140+042

1DD2

2-8-8-4

Yellowstone

43.

ooOOOO+OOOOoo

240+042

2DD2

4-8-8-4

Big-Boy



          4-4-0 เป็นรถที่มี Truck หรือ ชุดล้อ 2 ชุด คือ ชุดแรก มี 4 ล้อ ชุดหลังมี 4 ล้อ ว่ากันว่าคนทั่วโลกเรียกมันว่า the American Type ครับ เพราะว่ามีการผลิตและใช้ในสหรัฐ เป็นจำนวนมาก ในยุคของรถจักรไอน้ำมากกว่าที่ใดๆ ในโลก แต่ว่าต่อมาเมื่อมีการผลิตรุ่นหลังๆ ก็มีการนำไปใช้ในอังกฤษ และ ใช้เป็นจำนวนมากเช่นกัน ที่นั่นว่ากันว่าเส้นทางเดินรถไฟสายหลักๆ ที่ ให้บริการ บริเวณอเมริกาเหนือ ในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 19 ใช้หัวรถจักร 4-4-0 ในยุคเริ่มแรกก่อนที่จะมีการเรียกรถจักรไอน้ำ อย่างเป็นระบบ ด้วย จำนวนล้อรถจักรไอน้ำ 4-4-0 มีชื่อเรียกว่า รถจักรไอน้ำ มาตรฐาน (Standard) หรือ เจ้า 8 ล้อ (Eight-Wheeler) รถจักรไอน้ำ 4-4-0 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จากการที่รถจักร อย่าง 4-2-0 และ 2-4-0 ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้กลายมาเป็น 4-4-0 มากมายหลายคัน ในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 การออกแบบ ของ 4-4-0 นั้น แบ่งออกเป็นแบบหลักๆ ได้ 2 แบบ คือ แบบ American Designs และ แบบ English Design ตามจำนวนการใช้งาน 4-4-0 ที่มีใน 2 ประเทศนี้ มากกว่าที่ใดๆ ในโลก สำหรับ American Designs นั้น ได้รับการพัฒนาโดย Henry R. Campbell ซึ่งเป็นวิศวกรบริหารของเส้นทางเดินรถไฟ Philadelphia, Germantown and Norristown Railway เขาได้รับสิทธบัตร ในการออกแบบ ใน เดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. 2379(เชื่อว่าหลายท่านคงยังไม่เกิด หากใครเกิดแล้ว ไม่ต้องบอกนะครับ ผมและเพื่อนสมาชิก ขอโกยอ้าวก่อนครับ ฮา ใครจะอยู่มาถึง พ.ศ.นี้ไหวล่ะครับ ปรื๋อออออออออออออ)

          หลังจากนั้นไม่นาน ก็เริ่มสร้างหัวรถจักรไอน้ำ 4-4-0 ขึ้นมา ทั้งนี้การสร้างรถจักรไอน้ำ ขึ้นมาทั้งคัน โดยคนอเมริกันเองนั้น มีมาก่อนหน้านี้ 5 ปี คือ ปี พ.ศ. 2374 โดยมีการสร้างขึ้นที่ West Point Foundry โดยหัวรถจักรที่ว่า มีชื่อว่า The Best Friend of Charleston หลักฐานทางประวัติศาสตร์ อ้างว่า เป็นหัวรถจักรคันแรก ที่สร้างส่วนต่างๆ ทั้งหมดในตัวรถในสหรัฐอเมริกา และ ยังสร้างส่วนหม้อน้ำ ขึ้นมาเองด้วย (เสร็จกัน ต้องมีเพื่อนสมาชิก สงสัยว่า แล้ว เจ้า The Best Friend of Charleston มีความเป็นมาอย่างไร แบบนี้ ผมก็แน่นอนต้องไปหามานำเสนอให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันจนได้ล่ะครับ เอาเป็นว่าบทความต่อไปเรามา ลุยเรื่อง The Best Friend of Charleston รถไฟ อเมริกันพันธุ์แท้กันนะครับ ) ในห้วงเวลานั้น Campbell's 4-4-0 ถือว่าเป็นหัวรถจักรไอน้ำ รุ่นยักษ์ทีเดียว เมื่อเทียบกับ คันอื่นๆ กระบอกสูบ วัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ ถึง 14 นิ้ว หรือ 356 ม.ม. และลูกสูบมีระยะชัก 16 นิ้ว ซึ่งสร้างขุมพลังไปขับเคลื่อน ล้อเหล็กที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 1.37 เมตร หรือ 54 นิ้วให้เคลื่อนไปตามรางรถไฟ ด้วยกำลัง 90 ปอนด์ ต่อ ตารางนิ้วจากแรงดันไอน้ำ ฝรั่งเขาช่างจด ช่างบันทึกจริงๆ ผมอ่านไปมันไป เพราะเห็นถึงพลังของยักษ์โบราณคันนี้ทันทีครับ มันสามารถลากน้ำหนักได้ถึง 450 ตัน ด้วยความเร็ว 15 ไมล์ต่อชั่วโมง เอาชนะหัวรถจักรที่ว่าแน่ที่สุดแล้ว ให้เวลานั้น คือ Baldwin's 4-2-0 ในด้านกำลังลาก หรือ tractive effort ไปได้กว่า 63% แบบนี้เรียกว่า ทิ้งกันไม่เห็นฝุ่นครับ

          อย่างไรก็ตาม จากความที่แรงมากจริงๆ ทำให้ลักษณะของตัวรถและชุดชับเคลื่อนมีแนวโน้ม ทำให้เกิดการตกรางได้บ่อยมาก เมื่อเข้าไปในรางที่มีโค้งแคบหรือ การไต่ระดับในทันทีทันใด แต่ต่อมาบริษัท Eastwick and Harrison ก็ได้สร้าง 4-4-0 ในแบบของตัวเองขึ้นมาบ้าง โดยให้ ชื่อว่า Hercules สร้างเสร็จในปี พ.ศ.2380 เพื่อให้บริการในเส้นทางเดินรถไฟสาย Beaver Meadow Railroad โดยให้ Truck หรือ ชุดล้อแรกเป็นอิสระจากชุดขับเคลื่อนของตัวรถ ทำให้ มันวิ่งผ่านโค้งแคบๆ ได้ดีกว่า และยังผ่าน ความชันต่างๆ ได้ดีกว่าแบบเดิม จากนั้นก็มีคนสร้าง 4-4-0 ในแบบของตนขึ้นมากันหลายเจ้า แต่แล้วก็เข้าแผนครับ ถูก เจ้าของสิทธิบัตรฟ้องเอาจังเบอร์ ในที่สุด Baldwin ก็เป็นผู้ได้สิทธิไปหลังจากตกลงใจซื้อ สิทธิบัตรของ Campbell ในปี พ.ศ. 2388

          In the following decade, locomotive manufacturers began extending the wheelbase of both the leading bogie and the driving axles. By placing the axles farther from each other, manufacturers were able to mount a wider boiler completely above the wheels that extended beyond the sides of the wheels. This gave newer locomotives increased heating and steam capacity which translated to higher tractive effort. It was in this decade, the 1850s that the 4-4-0 began to look like the locomotives that are preserved today. There are fewer than 40 surviving 4-4-0s in the United States today, not counting reproductions.

          จากนั้นในหลายทศวรรษถัดมา ผู้ผลิตรถจักรไอน้ำได้ขยาย Wheelbase ของล้อรถจักรให้ยาวขึ้น อันว่า Wheelbase นี้ คนที่ไม่ได้ติดตามเรื่อง เครื่องยนต์ กลไก หรือ เป็นแฟนที่ศึกษารถไฟอย่างจริงจังคงยังไม่ทราบว่า มันก็คือ ระยะห่างระหว่าง ศูนย์กลางของ ล้อหน้า และ ล้อหลัง ในทางราบนั้นเอง ให้นึกภาพว่า ชุดล้อหน้า นั้นจะมี Truck ล้อหน้า ชุดล้อหลังก็เรียกว่า Truck ล้อหลัง หลายแห่งยังเรียก Truck ว่า Bogy ก็อย่าไปงงนะครับ อันเดียวกัน

รูปประกอบ Wheelbase


          จากรูปคงเข้าใจแล้วนะครับ จากนั้นโดยการเพิ่ม Wheel ของล้อหน้าและล้อหลังของแต่ละ Truck ก็จะทำให้ แกนของล้ออยู่ห่างกันไปโดยปริยาย ทำให้สามารถติดตั้งตัว หม้อน้ำ ได้กว้างขึ้น มีความจุปริมาตรมากขึ้น อันทำให้ 4-4-0 รุ่นหลังๆ มีพลัง ความร้อนและแรงขับไอน้ำเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก อันเป็นผลโดยตรงในการสร้างกำลังในการลากที่เพิ่มมากขึ้น หรือ Tractive Effort
นั้นเป็นผลที่ทำให้ ทศวรรษ ที่ 50 (1850s ) ได้ก็กำเนิด รถจักร 4-4-0 ที่มีรูปร่างเหมือนในปัจจุบันที่ยังได้รับการอนุรักษ์เอาไว้ ตอนนี้ มีมีรถจักรไอน้ำ อยู่ประมาณ 40 คันที่ยังเหลือมาให้เราได้ยลกันในสหรัฐ ทั้งนี้ ยังไม่ได้นับรวม คันที่สร้างขึ้นมาใหม่ตามแบบของเก่าครับ

          การออกแบบและการพัฒนารุ่นต่อๆ มา ของ 4-4-0 อย่างต่อเนื่อง ได้พิสูจน์ให้เราเห็นถึงความสำเร็จ ของรถจักรคันนี้ อย่าง เห็นได้ชัด ในปี พ.ศ. 2415 เมื่อ 60 % ของการผลิตหัวรถจักร เป็นรุ่น 4-4-0 ทั้งสิ้น โดยบริษัท Baldwin และ ในห้วงเวลาเดียวกันนี้ ประมาณกันว่า 85 % ของหัวรถจักรทั่วสหรัฐใช้ 4-4-0 ทั้งสิ้น แต่ต่อมา เมื่อกิจการรถจักรไอน้ำ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ก็เริ่มมีรถจักรที่ใหญ่กว่าเข้ามาแทนที่ เช่น 2-6-0 และ 2-8-0 แต่กระนั้น 4-4-0 ก็ยังนิยมใช้กันในกิจการรถไฟด่วน แต่หลังจากนั้น เมื่อมีการปรับมาใช้ 4-6-0 กันมากขึ้น การผลิต 4-4-0 ใน ต้นศตวรรษที่ 20 หรือ ปี พ.ศ.2443 ก็กลายเป็นเรื่องล้าสมัยไปในที่สุด

          อย่างไรก็ตามมีการนำ 4-4-0 ไปใช้ในเส้นทางสายรอง และ เส้นทางส่วนตัวของเอกชนมาจนถึงกลาง ศตวรรษที่ 20 มีรายงานว่า 4-4-0 ชุดสุดท้าย Baldwin ผลิตออกมาจำนวนน้อยๆ เพื่อส่งมอบให้กับ The United Railways of Yucatan ในปี พ.ศ. 2488 Yucatan คือชื่อของรัฐ 1 ใน 31 รัฐของเม็กซิโก และ ยังเป็นที่มาของชื่อเรียก คาบสมุทรยูคาทัน อีกด้วย ครับ สำหรับ 4-4-0 แบบ American Design ก็จบเพียงเท่านี้

ภาค British Designs

          4-4-0 ในสหราชอาณาจักร นิยมใช้กันมากในกิจการขนส่งผู้โดยสาร แม้ว่าในช่วงหลังๆจะมีการนำไปใช้ในกิจการอื่นๆ ด้วยก็ตาม และรถจักรไอน้ำ แบบ 4-4-0 ที่ออกแบบเป็นคันแรกของอังกฤษนั้น เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2403 โดย William Bouch เพื่อใช้ในการเดินรถ ของ Stockton & Darlington Railway ต่อมาก็เป็น 4-4-0 ของ Great Western Railway City ออกแบบโดย George Jackson Churchward และสร้างที่ GWR Swindon Works ในปี พ.ศ.2446 มันเป็นรถจักรไอน้ำคันแรกในภาคพื้นยุโรป ที่สามารถวิ่งได้เร็วกว่า 100 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยทำความเร็วได้ถึง 102.3 ไมล์ต่อชั่วโมง ในขณะที่กำลังลากจูง ขบวนรถ "Ocean Mails" จาก Plymouth มายัง London Paddington ในวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2447 มี 4-4-0 แบบหนึ่ง ที่ออกแบบให้มีกำลังมากที่สุด ในรุ่นเดียวกัน ชื่อว่า Schools class 4-4-0 locomotive ออกแบบ โดย Richard Maunsell โดยรถจักรแต่ละคันจะมีชื่อตามโรงเรียนของรัฐ ทำให้เรียกว่า Schools Class มีการบันทึกสถิติเอาไว้ว่า วิ่งได้เร็วถึง 95 ไมล์ต่อชั่วโมง ในปี พ.ศ. 2481 โดยลากจูงตู้ coach train 4 ตู้ไปกับขบวน มีการสร้างขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2477 ที่ Eastleigh ค่าใช้จ่ายต่อคันประมาณ 5000 ปอนด์ และได้ให้ปริการมากกว่า 1 ล้านไมล์ ขณะวิ่งไปพร้อมกับ Tender (รถลำเลียงเชื้อเพลิง ถ่านหิน) ตัวรถใน Classนี้ จะหนัก 110 ตัน ปัจจุบันยังมีรถ Class นี้ เหลือ อยู่ 3 คัน คือ รถไฟ Cheltenham เป็นสมบัติของ National Railway Museum รถไฟ Repton เป็นสมบัติของ NYMR และ Stowe เป็นสมบัติของ Maunsell Locomotive Society

          สำหรับ รถไฟ Stowe เฉียดการถูกทำให้เป็นเศษเหล็กไปแค่เส้นยาแดงผ่าแปดเมื่อมันถูกซื้อ มาจากBritish Railways ก่อนจะถูกส่งไปแยกชิ้นส่วน โดยNational Motor Museum ในปี พ.ศ. 2505

           4-4-0 อีก Class คือGreat Eastern Railway's Claud Hamilton Class ออกแบบโดย James Holden โดยจะใช้ Class ดังกล่าวกันแพร่หลาย ในสายการเดินรถไฟอื่นๆ ในอังกฤษ ในสก็อตแลนด์ และ East Anglia ที่ซึ่งรางรับน้ำหนักได้ไม่มากนักและ มีความชันของรางขึ้นๆ ลงๆ มากๆ จบครับสำหรับ 4-4-0 ฺBritish Designs

ภาค Australia

          รถไฟ 4-4-0 ชุดแรกๆ มีใช้ในออสเตรเลียใต้ ในปี พ.ศ. 2402 เข้าใจว่ามีใช้อยู่ 2 คัน มีการใช้ บนรางต่างๆ กัน เช่น รางกว้าง 3 ฟุต 6 นิ้ว รางกว้าง 4 ฟุต 8 นิ้วครึ่ง รางกว้างพิเศษ หรือ broad gauge กว้าง 5 ฟุต 3 นิ้ว มีการใช้ตามรัฐต่างๆ คือ New South Wales, Western Australia และ Tasmania. มีการใช้เครื่องยนต์หลากหลาย ตั้งแต่เครื่องจักรไอน้ำเล็กๆ ไปจนถึงสำหรับการโดยสารด่วนพิเศษ รถจักรเหล่านี้ ยังนำเข้ามาจากอังกฤษ เช่น Dubbs และ Beyer Peacock & Co. ที่นำเข้ามาจากสหรัฐก็มี Rogers Locomotive Works จากนิวยอร์ค ในรัฐ New South Wales 4-4-0 ครองเส้นทางหลักในการโดยสารเป็นส่วนใหญ่ มาจนถึงต้น ศตวรรษที่ 20 เกร็ดเสริม
บริษัทนามว่า The Crown Metal Products จาก Pennsylvania ได้สร้าง รถจักรไอน้ำ 4-4-0 ขึ้นมาใหม่ จำหน่ายระหว่างปีพ.ศ. 2503 ถึง 2532 สำหรับใช้ในสวนสนุก ส่วนมากจะใช้วิ่งบนรางขนาด 3 ฟุต หรือ narrow gauge โดยสร้างขึ้นมาทั้งสิ้น 18 คัน อาศัยการจำลองแบบมาจาก 4-4-0

          ในศตวรรษที่ 19 ของสหรัฐ แต่สำหรับ ที่ผลิตให้ที่ Busch Gardens จะจำลองแแบบสไตล์ยุโรป และรถจักรดังกล่าวยังคงทำงานได้อยู่ ตามสวนสนุกต่างๆ เช่น Paramount's Kings Island Michael Jackson's Neverland Ranch และ Omaha's Henry Doorly Zoo ในที่สุดก็จบการนำเสนอ รถจักรไอน้ำ 4-4-0 เป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ

รถจักรไอน้ำ The Best Friend of Charleston

          รถจักรไอน้ำ ที่มีการกล่าวอ้างว่าเป็นรถจักรไอน้ำ คันแรกของสหรัฐครับ ผมได้เกริ่นๆเอาไว้ในตอนที่ นำเสนอ เรื่องรถจักรไอน้ำ 4-4-0 ครับ The Best Friend of Charleston เป็นที่เชื่อกันว่า เป็นรถจักรคันแรก ที่สร้างทั้งคันในสหรัฐอเมริกา มันถูกสร้างเพื่อใช้งานในสายการเดินรถไฟ South Carolina Canal สร้าง West Point Foundry จากนิวยอร์ค ในปี พ.ศ. 2373 จากนั้นจึงได้ส่งชิ้นส่วนล่องมาทางเรือไปยัง Charleston มันเดินทางมาถึง ในเดือน ตุลาคม และได้รับชื่ออย่างไม่เป็นทางการว่า หัวรถจักร the Best Friend of Charleston. หลังจากที่ได้มีการเปิดตัวโดยการวิ่ง ในวันคริสต์มาส มันก็ถูกนำไปให้บริการในด้านการโดยสาร ไปตามเส้นทาง 6 ไมล์ในเมือง Charleston ในเวลานั้น รถจักรคันนี้ ถือว่า เป็นหนึ่งในวิธีการขนส่งที่เร็วที่สุดเท่าที่มีอยู่
ต่อมาในวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2374 เป็นวันโศกนาฏกรรม เมื่อหม้อน้ำระเบิด และ ทำให้เกิดการเสียชีวิตขึ้น เมื่อข้อผิดพลาดมาจาก การไปเผลอปรับหรือกดทับวาล์วไม่ให้ระบายแรงดันได้ ทำให้ เกิดระเบิด และ Fireman เสียชีวิตทันที ทำให้ต่อมาได้มีการเขียนคู่มือการปฏิบัติงานขึ้นมาเพื่อ ใช้ในการจัดการปัญหาต่างๆ ทั้งหมดเป็นประวัติโดยสังเขปครับผม

การวางล้อ 2-6-2


          รถจักรไอน้ำ 2-6-2 ครับ มาว่ากันเลยดีกว่า 2-6-2 คือชนิดของรถจักรไอน้ำ ที่มีล้อนำ หรือ Leading Wheels 2 ล้อ ล้อกำลัง หรือ Driving Wheels ตรงกลาง 6 ล้อ และ ล้อตาม Trailing wheels หรือ ล้อหลัง อีก 2 ล้อ จะเรียก เจ้าสิบล้อก็ได้ครับ หรือ Ten- Wheeler นั่นเอง รถจักรไอน้ำ แบบนี้ หากแยกประเภทตามแบบ เยอรมันและอิตาลี่ ก็จะเป็น 1C1 หากเป็นของฝรั่งเศสก็จะเป็น 131 หากเป็นของ ตุรกีก็จะเป็น 35 หากเป็นของ สวิสก็จะเป็น แบบ 3/5 ครับ บอกไว้เผื่อแฟนรถไฟยุโรปอยากจะลองเทียบเบอร์ครับ แต่ของสหรัฐจะเรียกว่า 0-6-0 ซึ่งในทัศนะของผม เป็นระบบ ที่ง่ายต่อการเข้าใจ ง่ายต่อการต่อยอดครับ เพราะเห็นภาพในทันทีที่เรียก
รถจักรไอน้ำ 2-6-2 ในสหรัฐส่วนใหญ่จะเป็นแบบมี Tenderพ่วงหลัง แต่ในยุโรปจะเป็นแบบ Tank locomotives แปลง่ายๆ คือ มีเชื้อเพลิงเก็บไว้ที่ตัวรถ ครับผม หรือที่เรียกกันว่า 2-6-2T ตัว T ที่ตามหลังมาคือ Tank นั่นเองครับ

          ในสหรัฐอเมริกา 2-6-2T ซึ่งเป็นรุ่นมีเชื้อเพลิงในตัว สร้างขึ้นในทศวรรษที่ 80 ของศตวรรษที่ 19 (1880s) เพื่อใช้ในสายการเดินรถไฟ The Central Pacific Railroad อย่างไรก็ตาม รุ่นที่มี Tender พ่วงหลังนั้น สร้างในปี พ.ศ. 2428 โดย Baldwin สำหรับ การรถไฟประเทศนิวซีแลนด์หรือ New Zealand Railways Department ในชื่อเรียกว่า แบบ NZR N class

          ในปี พ.ศ.2434 Baldwin ได้สร้างรถไฟแบบเดียวกันให้กับ ประเทศนิวซีแลนด์อีก 2 คัน แต่เป็นการสร้างให้กับ เส้นทางการเดินรถไฟของเอกชน คือ Wellington and Manawatu Railway Company ต่อมา คันหนึ่งที่มีหมายเลข WMR No. 10 ได้กลายมาเป็นสมบัติของรัฐ และได้หมายเลข NZR N 454 ได้สร้างสถิติความเร็ว ครั้งใหม่ให้กับโลก รถจักรไอน้ำ ที่วิ่งบนราง ขนาด
3 ฟุต 6 นิ้ว หรือ ราง Narrow Gauge แบบหนึ่ง เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2435 เมื่อสามารถวิ่งได้เร็วถึง 103.6 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง เมื่อวิ่งเลาะไปตามเส้นทาง ชายฝั่ง นามว่า Horowhenua ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมือง Levin และ เมือง Shannon

          ส่วนรถจักรไอน้ำ 2-6-2 แบบพ่วง Tender นั้น คันแรกสุด สร้างเพื่อใช้ในอเมริกาเหนือ นั้น สร้างโดย Brooks ในปี พ.ศ. 2443 หรือ ปีเริ่มต้น ศตวรรษที่ 20 พอดี สร้างให้กับ เส้นทางเดินรถไฟ Chicago, Burlington and Quincy Railroad เพื่อใช้ในเส้นทาง Midwestern prairies หรือ บริเวณท้องทุ่งกว้างของตอนกลางภาคตะวันตกของสหรัฐ ทำให้มีได้ชื่อเล่นจากการใช้งานว่า เจ้าทุ่งกว้าง หรือ The Prairie และเมื่อนำไปใช้ในอังกฤษ ชื่อเล่น นี้ก็ตาม 2-6-2 ไปด้วยเช่นกัน

ประเทศ ออสเตรเลีย

          ในออสเตรเลียนั้น ไม่พบว่า มี 2-6-2 แบบที่มี Tender พ่วงหลังในการใช้งานใดๆ เลยทั่วประเทศ แต่มีการใช้ 2-6-2 T กันอยู่ 3 รูปแบบด้วยกัน ใน New South Wales จะเป็น Class 26 จำนวนทั้งสิ้น 20 คัน ในบริการตั้งแต่ปี พ.ศ.2435 และใช้บริการมาจนกระทั่งหมดยุคการใช้งานรถจักรไอน้ำ มีเหลือให้อนุรักษ์มาจนถึงปัจจุบัน อยู่ 2 คัน คือ หมายเลข 2606 จอดพักอยู่ที่ Rail Transport Museum เมือง Thirlmere และ หมายเลข 2605 จอดอยู่ที่ State Mine Museum ที่ เมือง Lithgow นอกจากนี้ยังมี เส้นทางรถไฟ The Silverton Tramway ที่ให้บริการ 2-6-2T 2 คัน มาตั้งแต่ พ.ศ.2434 ที่ยังเหลือให้อนุรักษ์ไว้ที่ ออสเตรเลียใต้
นอกจากนั้น ยังมี รถจักรไอน้ำ 2-6-2T ที่สำคัญๆ ที่สร้างให้กับ ระบบราง narrow gauge ซึ่งรถเหล่านี้รู้จักกันในนาม Puffing Billy อีกด้วย รถพวกนี้นำเข้ามายังออสเตรเลีย โดยมี Baldwin Locomotive เป็นผู้ผลิต โดยมีจำนวน 17 คันที่ให้บริการตามโรงเลื่อย ทำไม้ เหมืองทอง บนระบบราง narrow gauge ชนิดต่างๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2441 ข่าวดีคือ ปัจจุบันยังมีการให้บริการสำหรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย ในชื่อเส้นทางรถไฟ The Puffing Billy Railway ลองค้นหาข้อมูลได้จาก เว็ปครับ

ประเทศรัสเซีย

          ในรัสเซียนั้น 2-6-2 ถือว่าเป็นรถจักรไอน้ำ มาตรฐานในการเดินทางขนส่งผู้โดยสาร มี 2 แบบ ด้วยกัน คือ S(?)(Sormovskij) และ Su (??)series locomotives เริ่มใช้งานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2471 รวมเรียกว่า S-series locomotive ตัว U คือ usilenny แปลว่า
แรง แข็งแกร่ง ว่ากันว่า การอนุรักษ์นั้นทำผ่านการใช้งาน หมายถึงปัจจุบันยังใช้กันอยู่ อันนี้ไม่ขอยืนยันนะครับ เขาว่ามาแบบนี้
แต่ที่ ครบองค์ หรือ สมบูรณ์แบบจริงๆ คือ หมายเลข S68 ปัจจุบันจอดพักอยู่ที่ Saint Peterburg railway museum รถไฟ Su เป็นรถจักรไอน้ำ 2-6-2 มาตรฐานของรัสเซียในเส้นทางส่วนมากนอกนั้นจะเป็นเส้นทางสำคัญขนาดใหญ่จริงๆ เท่านั้นที่จะใช้ รถจักร IS class 2-8-4 และต่อมาคือ P36 4-8-4 สรุปว่า 2-6-2 ครองรัสเซียครับ และ รถจักร 2-6-2 แบบ Suนี่ล่ะเป็นแบบที่ออกแบบโดยรัสเซียสไตล์ อย่างแท้จริง ก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่การใช้บรรทัดฐานในการออกแบบ ทั้งหมดจาก สหรัฐ
ข้อนี้ไม่แปลกครับ เพราะรถจักรในสหรัฐนั้น ต้องทนทาน มีแรงลาก และความเร็วที่เกินกว่าทวีปอื่นๆ จาก 1. ต้องเร่งขยายอุตสาหกรรม สร้างชาติ 2. ประเทศใหญ่มาก ดังนั้นโจทย์ในการออกแบบจะโหดกว่าของทางยุโรป แต่เป็นผลดีคือ ได้รถไฟที่ แกร่งกว่า ใช้งานได้หลากหลายกว่าครับผม

          รถไฟแบบ Su จะมีราวจับบนส่วนพื้นที่ว่าง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ จับยึดได้จากการที่เป็นเมืองหนาว อาจจะทำให้ลื่นเมื่อปฏิบัติงาน ซึ่งเคยมีกรณี พขร ตกลงมาตาย มาก่อน เพราะลื่น

ประเทศอังกฤษ

          ในอังกฤษ 2-6-2 แบบพ่วง Tender ถือว่าเป็นของหายากมาก แต่ยังมีตัวอย่างให้ยกมาคุย สอง คัน คือ รถจักรไอน้ำ LNER Class V2 และ รถจักรไอน้ำ LNER Class V4 อย่างไรก็ตามมีการใช้ 2-6-2 T กันอย่างแพร่หลาย เช่น GWR 2-6-2T จบสำหรับอังกฤษครับ พอดีข้อมูลน้อยเลยเอามาไว้หลัง ๆ ทั้งหมดก็เป็น ข้อมูล ของ 2-6-2 และ 2-6-2T ครับผม

หัวรถจักร ไอน้ำ 2-8-0

          นิยาม ของ 2-8-0 คือ หัวรถจักรไอน้ำ ที่มี 1 แกนล้อ ที่ Leading Truck หรือ ชุดล้อหน้า และตามมาด้วย แกนล้อต้นกำลัง อีก 4 แกน ที่เรียกว่า Powered Driving Axels. และจำเอาไว้นะครับ ในสหรัฐ จะเรียกการวางล้อแบบ 2-8-0 ว่า Consolidation ครับผม หากแปลเป็นไทย ก็น่าจะเรียกว่า ระบบล้อต้นกำลังร่วม คือ มีชุดล้อต้นกำลังช่วยกันลาก ดึง ผลัก สร้าง Traction มากถึง 8 ล้อนั่นเอง
Other equivalent classifications are: ทางเยอรมัน เรียก รถจักรแบบนี้ว่า 1D ฝรั่งเศสเรียกว่า 140 ตุรกีเรียกว่า 45 สวิสเซอร์แลนด์ เรียกว่า 4/5

ประวัติของ รถจักรไอน้ำ 2-8-0

          รถจักรไอน้ำ 2-8-0 นับว่าเป็นรถจักรไอน้ำ ในยุคต้นศตวรรษที่ 19 ที่มีการทดลองพัฒนามาที่หลังเพื่อน มีการผลิตใช้ในสหรัฐ มากกว่า 33,000 คัน และ มีมากถึง 12000 คันที่ส่งออกไปยังนานาชาติทั่วโลก แหมผลิตออกมาน้อยๆ แบบนี้ ตั้งเป็นร้อยปี หากใครมีสักคัน ก็รวยสิครับ หากมองว่าเป็นของเก่าเพราะเป็น Limited Edition ครับ ฮ่ะๆๆๆๆๆๆๆ รถไฟแบบล้อต้นกำลังร่วม หรือ Consolidate นี้ มีผลิตออกมาก่อน คือ 2-6-0 เท่านั้น ที่วิ่งรับใช้ชาวโลก รถจักรไอน้ำ ในสมัยนั้นการเผยตัวของ 2-8-0 จึงนับว่า เป็นการประกาศ ความแรง มากขึ้นไปอีก ของ รถจักรไอน้ำแบบ Consolidate นั่นเอง ว่ากันว่า รถจักรที่มีการจัดหมวดล้อ แบบนี้ สร้างขึ้นครั้งแรกโดย เส้นทางรถไฟ Pennsylvania Railroad (PRR) โดยนายช่างใหญ่ นาม John P. ของ PRR ได้ปรับแต่งเพิ่มเติมขึ้นมาจาก รถจักรไอน้ำ 0-8-0 ที่ชื่อว่า Bedford ในระหว่างปี พ.ศ.2407 ถึง พ.ศ.2408 แต่ว่า Swengel ได้อ้างไว้ในหนังสือของเขาว่า รถจักรไอน้ำ 2-8-0 นั้นได้รับคำสั่งให้สร้างโดย Lehigh & Mahoning Railroad และสายการเดินรถไฟเส้นทางนี้ ชอบที่จะตั้งชื่อให้กับรถจักรไอน้ำของตัวเองทุกคัน โดยให้ชื่อรถจักรไอน้ำ
แบบ 2-8-0 ว่า รถจักร Consolidation นี่ล่ะครับคือที่มา ว่า ทำไม 2-8-0 จึงถูกเรียกเป็นพิเศษว่า Consolidation หรือ Consolidated Locomotives ครับ และเขายังบอกอีกว่า Lehigh 2-8-0 พัฒนาต่อเนื่องมาจาก 0-8-0 มิใช่ 2-6-0 นะนายจ๋า ยิ่งเขียนยิ่งมันครับ ไม่น่าเชื่อ รถจักรแต่ละคัน มันมีความต่อเนื่องเชื่อมโยง ผูกพันธ์กันมาได้มากขนาดนี้

          Swengel ได้ระบุว่า รถจักรไอน้ำ 2-8-0 คันแรก สั่งทำโดย Lehigh เมื่อราวๆ ปี พ.ศ.2409 จากนั้นก็ตามมาด้วยสายการเดินรถไฟอื่นๆ เพือขนถ่ายหิน ขบวนสินค้า และกลายเป็นรถจักรที่ได้รับความนิยมไปในที่สุด
Swengal อ้างว่า 2-8-0 นั้นการออกแบบ มีเพื่อมาเป็น รถไฟลากขบวนสินค้าแรงสูง อย่างแท้จริง นับจาก พ.ศ.2409 ไปจนถึง ต้นศตวรรษที่ 20 ในราวๆ ปี พ.ศ. 2458 2-8-0 ได้ทะยานมาจนถึงเขตแดนความสามารถของมันก่อนที่จะสิ้นยุคไป 2-8-0 นั่นเปี่ยมไปด้วยความ สามารถ ที่ ต้องบอกว่าลากน้ำหนักได้มากอย่างประทับใจ แม้ว่าความเร็วจะไม่มากนัก
แต่ด้วยความที่นำไปใช้ได้ เอนกประสงค์ให้มันมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมาก

          การออกแบบ 2-8-0 มาถึงจุดหยุดไม่อยู่เมื่อในปี พ.ศ. 2418 เมื่อ สายการเดินรถไฟ PRR ได้เลื่อนชั้นให้ 2-8-0 เป็น รถจักรไอน้ำมาตรฐานให้การขนสินค้าตลอดเส้นทาง และยังเป็นปี ที่ สายการเดินรถไฟ Erie Railroad เริ่มทดแทนบริการขนสินค้า จากเดิม 4-4-0 มาเป็น 2-8-0 เป็นจำนวนหลายคัน ทั้งนี้เพราะเส้นทางการเดินรถไฟสายต่างๆ เริ่มพบว่า พวกเขาลากจูงสินค้าได้มากขึ้น 2 เท่า ขณะที่เสียค่าใช้จ่ายลดลงกว่าครึ่ง สุดยอดครับ เจ้า 2-8-0 นี่เป็นรถจักรข้ามศตวรรษตัวจริงครับ ดังนั้นสำหรับสายการเดินรถไฟ เรื่องการเงินเป็นจุดยืนสำคัญ จึงไม่แปลกที่ การใช้ 2-8-0 จึงเป็นคำตอบที่ ใช่สำหรับทุกที่

ประเทศเยอรมัน

          2-8-0 นับว่ามีการใช้ในระยะสั้นๆ ในเยอรมันนี ในยุคของ State Railways (L?nderbahnen) ก่อนที่จะมีการเริ่มต้น ตั้ง Deutsche Reichsbahn Gesellschaft (German National Railways) ขึ้นมาในปี พ.ศ. 2463 ซึ่งได้เลือกรถจักร ไอน้ำ 2-10-0 เป็น รถจักรไอน้ำขนถ่ายสินค้าหนัก จากการที่เป็นการออกแบบใหม่ ระบบรางเป็นเอกภาพ อย่างไรก็ตาม 2-8-0 จะยังคงใช้งาน โดยได้รับ รหัสชื่อว่า BR56 โดยมี Class ย่อย ๆ ลงไปอีก อย่างไรก็ตาม รุ่นแรก ๆ จะได้รหัสว่า Prussian G73

ประเทศอังกฤษ

          ตอนนั้น 2-8-0 ถือว่าเป็นรถจักรไอน้ำขนถ่ายสินค้าหนัก มาตรฐานในศตวรรษที่ 20 โดยที่ 2-8-0 คันแรกที่สร้างในอังกฤษนั้น เป็น 2800 Class ของ Great Western Railway ในปี พ.ศ.2446 โดยรถจักรที่เป็นที่รู้จัก เช่น LMS Stanier Class 8F, GCR Class 8K และ WD Austerity 2-8-0 ซึ่งมีใช้อยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ประเทศเบลเยี่ยม

          เพื่อเป็นการชดเชยการสูญเสียจากสงคราม การรถไฟเบลเยี่ยม ในปี พ.ศ.2489 สั่งสร้างรถไฟ 2-8-0 จำนวน 300 คันจาก คานาดา โดย 160 คันสร้างโดย Montreal Locomotive Works 60 คันสร้างโดย Canadian Locomotive Company ทีเหลือโดย สหรัฐ ทั้งนี้ 80 คัน สร้างโดยAmerican Locomotive Company 2-8-0 ได้พิสูจน์ตัวเองในเบลเยี่ยมถึงความน่าเชื่อถือไว้ใจได้ และการใช้ในบริการอันหลากหลาย ว่าเป็นเยี่ยม ทำให้มันถูกใช้งานไปจนถึงสิ้นยุครถจักรไอน้ำ โดยรถไฟ ขบวน 29.013 ได้ลากจูงขบวนเป็นครั้งสุดท้ายตามตารางการเดินรถโดยสารรถจักรไอน้ำ จากเมือง Ath ไปยังเมือง Denderleeuw เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2509 อันถือเป็นวันสุดท้ายของการเดินรถไฟด้วย รถจักรไอน้ำของเบลเยี่ยม รถจักรไอน้ำ 2-8-0 ในเบลเยี่ยมยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้ และยังได้ถูกใช้ในโอกาสพิเศษเป็นครั้งคราว ในปี พ.ศ. 2549 นี่เอง เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม รถจักร ขบวน 29.013 ได้แสดงให้ผู้คนได้เห็นการลากจูงครั้งสุดท้ายโดยรถจักรไอน้ำ ในปั พ.ศ.2509 ในเส้นทางเดิมอีกครั้ง 


ทีมงาน Triansforthais
20 เมษายน 2551

จำนวนผู้ชม
41 คน
www.trainsforthais.com -- ถาม-ตอบคำถามปัญหา --

ผู้แสดงความคิดเห็น หรือแนะนำและติชม

  ข้อคิดเห็นที่  1

ทางทีมงานเรียนเชิญ สมาชิกทุกๆท่าน ที่มีเรื่องราว เกร็ดความรู้ดีๆ สำหรับรถจักรไอน้ำ ทุกรุ่น, ทุกแบบ ทยอยกันเข้ามาช่วยนำเสนอให้สมาชิกที่สนใจได้อ่าน เพิ่อเป็นความรู้ประกอบกับการสะสม ได้แล้วครับ สุดท้ายนี้ ทางทีมงานต้องขอขอบคุณสมาชิกทุกๆท่าน ที่ร่วมด้วยช่วยกันให้สมาชิกTFT และผู้ที่สนใจ ได้ศึกษาหาความรู้ต่อๆไป ครับ

ชื่อ : ทีมงาน E-mail : webmaster@trainsforthais.com   [10 มีนาคม 2551 0:08:16] 

  ข้อคิดเห็นที่  2

สวัสดีครับ ผมต้องขอขอบคุณ ทางทีมงานเป็นอย่างมากที่สุด ที่ได้เปิดกระทู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับรถจักรไอน้ำ และก็ข้อมูลต่างๆที่ ต่อไปเราอาจจะไม่ได้รับรู้แล้ว เพราะเวลายาวนานมากๆ ถ้าเพื่อนๆผู้ที่มีความรู้ และก็ความเข้าใจในเรื่องนี้ ก็ช่วยๆ กันนะครับผมเองก็จะต้องศึกษาด้วยเหมือนกัน ตอนนี้รอคุณ HO และคุณ ยุทธ มาเปิดงานครับ

ชื่อ : BertAXM E-mail : bertxm@hotmail.com   [10 มีนาคม 2551 16:47:27] 

  ข้อคิดเห็นที่  3

สวัสดีครับผม ถึงแม้ผมจะยังไม่พร้อมที่จะก้าวสู่โลกแห่งรถจักรยุคคลาสสิกที่ใช้พลังไอน้ำในการขับเคลื่อนลากจูง ซึ่งเป็นมนต์เสน่ห์แห่งพาหนะที่เราเรียกกันว่า "ม้าเหล็ก" ในตอนนี้ก็ตาม เนื่องด้วยผมยังไม่มีเลเอ๊าท์ไว้สำหรับให้รถจักรวางบนรางอย่างถาวรได้ (การยกเข้าออกบ่อยๆ คงไม่เป็นผลดีกับตัวรถจักรแน่ๆ) แต่ผมก็จะเข้ามาติดตามอ่านและเก็บเกี่ยวความรู้จากพี่ๆ ทุกท่านที่เชี่ยวชาญเรื่องของรถจักรโบราณนะครับ สำหรับข้อมูลรถจักร ก็มีรุ่นพิเศษที่นอกเหนือจากในตารางนะครับ เช่น 2-8-8-8-2 Triplex, 2-4-6-8-10-12 Virginian, 4-8-8-2 AC12 Cab Forward Southern Pacific เป็นต้นครับ

ชื่อ : ฉลองชัย ผลมี E-mail : chalongchai_yo@hotmail.com   [11 มีนาคม 2551 0:01:10] 

  ข้อคิดเห็นที่  4

สวัสดีครับ นี้ก็เป็น link ที่น่าสนใจศึกษาและก็หาความรู้เพิ่มเติมครับ http://en.wikipedia.org/wiki/Steam_locomotive

ชื่อ : ฺBertAXM E-mail : bertxm@hotmail.com   [11 มีนาคม 2551 4:14:33] 

  ข้อคิดเห็นที่  5

ถ้าเป็นไปได้ ทีมงานช่วยใส่ ไว้ด้านบนว่า บทความ โดย คุณ HO ตัวโตๆ กระผมจะชื่นใจ๊ ชื่นใจ หลายๆ ครับ ขอบคุณครับ

ชื่อ : คุณ HO E-mail : konthaihappy@yahoo.com   [22 เมษายน 2551 17:25:00] 

  ข้อคิดเห็นที่  6

ทางทีมงานต้องขอประทานโทษอย่างสูง ครับ ครั้งนี้พลาดไปจริงๆครับ ทางทีมงาน จะรีบจ้ดการตามประสงค์ทันที ภายในอาทิตย์ นี้ ครับ

ชื่อ : ทีมงาน E-mail : webmaster@trainsforthais.com   [26 เมษายน 2551 19:08:47] 

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น หรือแนะนำและติชมได้ที่นี่
ข้อความ
 
 
 
ชื่อ
อีเมล์
 
เราบริหารด้วยหัวใจ
เราบริการด้วยความชำนาญมากกว่า 20 ปี

สินค้าทุกชิ้นจาก TFT รับประกันการบริการ และดูแล ทำความสะอาด หล่อลื่นฟรี
ตลอดอายุการใช้งาน ติดต่อนัดหมายได้ที่ 081-9345365


หากคุณมีปัญหาหรือมีข้อสงสัยประการใดๆ
ติดต่อทีมงานที่ E-mail address:
webmaster@trainsforthais.com